ผลบอลสดพรีเมียร์ลีก 2020-21 อาทิตย์ที่ 38 อาร์เซนอล เจอ ไบรท์ตัน

นิโกล่าส์ เปเป้ ซัดคนเดียว 2 ตุง พา อาร์เซน่อล เอาชนะ ไบรท์ตัน 2-0 นำมาซึ่งการทำให้ “ปืนใหญ่” เฮ 5 เกมติด มีเพิ่มเป็น 61 คะแนน แต่จบเป็นชั้น 8 ชวดลุยบอลยุโรป ช่วงเวลาที่ “นกนางนวล” มี 41 แต้ม จบชั้น 16

ศึกบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดหมาย 38 “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยี่ยมของ “นกนางนวล” ไบรท์ตัน ลงทำการแข่งขันเวลา 22.00 น. ประจำวันอาทิตย์ที่ 23 เดือนพฤษภาคม 2564

เริ่มเกมการแข่งขันมาเป็นทางฝั่งเจ้าถิ่นที่เดินหน้าบุกเข้าใส่ และก็หาจังหวะจบสกอร์ได้ถึง 5 ครั้ง แต่มีเพียงแต่ครั้งเดียวที่ตรงกรอบ ทำให้เกมผ่านไปแล้ว 10 นาที อาร์เซน่อล ยังเสมอกับ ไบรท์ตัน 0-0
กลายเป็นทางฝั่งเจ้าถิ่นที่เดินหน้าบุกได้น้ำได้เนื้อกว่า ข้างหลังมีจังหวะได้ยิงทั้งหมดทั้งปวง 12 ครั้ง ตรงกรอบไปถึง 3 ส่วนฝั่งทีมเยี่ยม มีจังฟวะได้ยิงเพียงแต่ 2 ครั้ง แต่ไม่ตรงกรอบเลย เกมผ่านไปแล้วครบ 45 นาที หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก ทั้งคู่ทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

เริ่มช่วงหลังมาในนาทีที่ 49 เจ้าถิ่นได้จังหวะบุกก่อนเป็น ค้างลัม แชมเบอร์ส ที่ได้เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ แล้วเป็น นิโกล่าส์ เปเป้ ที่สอดขึ้นมาแล้วตกลงใจยิงส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ อาร์เซน่อล ออกนำ ไบรท์ตัน 1-0

ต่อมาในนาทีที่ 60 มาร์ติน โอเดการ์ด ได้บอลก่อนจ่ายต่อมาให้ นิโกล่าส์ เปเป้ ได้บอลแล้วเลี้ยงขึ้นมาในกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะทำการตัดสินใจยิงด้วยซ้าย ส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ อาร์เซน่อล นำ ไบรท์ตัน 2-0

ตอนที่เหลือต่อจากนั้นไม่มีทีมใดซึ่งสามารถทำประตูเพิ่มได้ หมดเวลาการแข่งขัน อาร์เซน่อล เอาชนะ ไบรท์ตัน 2-0 นำมาซึ่งการทำให้ “ปืนใหญ่” เฮ 5 เกมติด มีเพิ่มเป็น 61 คะแนน แต่จบเป็นชั้น 8 ชวดลุยบอลยุโรป ช่วงเวลาที่ “นกนางนวล” มี 41 แต้ม จบชั้น 16

รายชื่อผู้เล่นของทั้งคู่ทีม

อาร์เซน่อล ระบบ (4-2-3-1) : กางร์นด์ เลโน่ ; ค้างลัม แชมเบอร์ส, ร็อบ โฮลดิ้ง, กาเบรียล มากัลเญส, คีแรน เทียร์นี่ย์ ; โธมัส ปาร์เตย์, กรานิต ชาก้า ; นิโกล่าส์ เปเป้, เอมิล สมิธ โรว์ (บูค้างโย่ ซาก้า น.74),มาร์ติน โอเดการ์ด (กาเบรียล มาร์ติเตียนเนลลี่ น.86); ปิเครื่องปรับอากาศ-เอเมริค โอบาเมย็อง (อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ น.79)

ไบรท์ตัน ระบบ (4-4-1-1) : โรเบิร์ต ซานเชซ ; เบน ไวท์, อดัม เว็บไซต์สเตอร์, ลูอิส ดังค์, แดน เบิร์น ; อลิเรซ่า ยาฮานบัคห์ช (อดัม ลัลลาน่า น.46), อีฟส์ บิสซูม่า, ปาสกาล โกรสส์,ยาปะทุบ โมเดอร์ ; อเล็กสิส แม็คอัลลิสเตอร์ (สตีเว่น อัลซาเต้ น.66); เลอันโดร ทรอสซาร์ (อารอน คอนนอลลี น.46)

Previous post “ลีลล์” เชือด “อองเชร์” 2-1 โค่นบัลลังก์เปแอสเช ซิวแชมป์ลีกเอิง สมัยที่ 4 รอบ 10 ปี
Next post ฮือฮา!! “นายกฯตู่” เล่น tiktok สั่งทอดมันสาวจังหวัดราชบุรี 200 กล่อง แถมติ๊บ 1 พัน