ได้แค่เสียว แมนยูฯ ยังนำฝูง บุกเจ๊า ลิเวอร์พูล สุดมัน 0-0 ศึกแดงเดือด

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเสมอ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแบบสุดมัน 0-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดแดงเดือด

การประลองบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดู 2020-21 ประจำวันอาทิตย์ที่ 17 ม.ค. 64 คู่บิ๊กแมตช์ศึกแดงเดือด “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อันดับ 3 ของตาราง เปิดสนามแอนฟิลด์รับการมาเยี่ยมของ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เปิดตัวครึ่งแรก นาทีที่ 14 ลิเวอร์พูลได้ทักทายก่อน จากจังหวะที่ โรแบร์โต เฟอร์มิโน ซัดด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลติดบล็อกมาเข้าทาง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ซัดด้วยซ้าย บอลบินผ่านคาน
ต่อจากนั้นนาทีที่ 17 ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นอีกครั้ง ซาดิโอ มาเน หลุดเข้าจุดโทษฝั่งขวาก่อนจ่ายย้อนมาให้ เฟอร์มิโน ซัดหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆที่มี โรเบิร์ต เพิ่มมารออยู่ว่างๆทางฝั่งซ้าย
ถัดมา 4 นาที ลิเวอร์พูลมาอีกแล้ว เซอร์ดัน ชาคิรี ซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบ บอลไถล แฮร์รี แม็คไกวร์ หลุดเสาสองออกไปนิดหน่อย
นาทีที่ 22 หงส์แดงยังลุยต่อ โรแบร์โต เฟอร์มิโน ยิงดว้ยขวาในจุดโทษ บอลติดบล็อกย้อนมาเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซัดผ่านคานออกไป
ถึงนาทีที่ 34 แมนยูฯ ได้ฟรีคิกระยะหวังผล และก็เป็น บรูโน เฟอร์นันเดส ซัดด้วยขวา บอลโค้งเฉี่ยวสามเหลี่ยมออกไปนิดหน่อย และก็ในนาทีเดียวกัน ลิเวอร์พูล โต้กลับเร็ว โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนลากเข้าจุดโทษ ท้ายที่สุดบอลมาเข้าทาง โรแบร์โต เฟอร์มิโน ซัดตูม แต่บอลตรงตัว ดาบิด เดเคอา
จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ยังเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ 0-0
กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 53 แมนยูฯ ได้ลุ้นก่อนเลย อองโตนี มาร์เชียล จ่ายให้ บรูโน เฟอร์นันเดส ซัดด้วยซ้ายในจุดโทษ แต่ ฟาบินโญ มาบล็อกออกไปได้ทัน
ต่อจากนั้นนาทีที่ 55 ลิเวอร์พูลขอลองบ้าง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ซัดด้วยขวาจากนอกกรอบ แต่บอลตรงตัว ดาบิด เดเคอา
ถัดมา 4 นาที ลิเวอร์พูล น่าได้ประตูขึ้นนำสุดๆจากจังหวะที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดบอลจากฝั่งซ้ายไปที่เสาสอง โรแบร์โต เฟอร์มิโน ปรี่มายิงจ่อๆแค่ 6 หลา แต่ แฮร์รี แม็คไกวร์ มาบล็อกออกไปได้ทัน
นาทีที่ 63 ลิเวอร์พูลได้ลุ้นอีกครั้ง เซอร์กัน ชาคิรี เปิดลูกเตะมุมเข้ากรอบจุดโทษ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กระแทกหลุดกรอบไป
และก็ในนาทีที่ 65 แมนยูฯ ได้ลุ้นจากจังหวะยิงไกลของ บรูโน เฟอร์นันเดส แต่บอลตรงตัว อลิสสัน เบคเกอร์
นาทีที่ 75 แมนยูฯ น่าได้ประตูสุดๆมาร์คัส แรชฟอร์ด ส่งบอลให้ ลุค ชอว์ หลุดมาในจุดโทษฝั่งซ้ายกระทั่งสุดเส้นข้างหลังก่อนเปิดเข้ากลางให้ บรูโน เฟอร์นันเดส ยิงด้วยขวา แต่ อลิสสัน เบคเกอร์ ใช้ขาเซฟไว้ได้
นาทีที่ 80 ลิเวอร์พูลแทบขึ้นนำเช่นเดียวกัน เมื่อ ว่ากล่าวอาโก อัลคันทารา ตกลงใจยิงไกลด้วยขวา แต่ ดาบิด เดเคอา พุ่งปัดออกไปได้
นาทีที่ 83 แมนยู แทบได้อีกแล้ว พอล ป็อกบา ซัดเต็มข้อด้วยขวาในจุดโทษ แต่ อลิสสัน เบคเกอร์ ยังเซฟออกไปได้อีก
ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มมิได้ จบเกม ลิเวอร์พูล เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0 แบ่งกันไปทีมละแต้ม ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มเป็น 34 คะแนน แต่ตกลงมาอยู่อันดับ 4 ส่วน แมนยูฯ เก็บเพิ่มเป็น 37 คะแนน รั้งผู้นำฝูงต่อไป
รายนาม 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล: อลิสสัน เบคเกอร์ (GK), เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, ว่ากล่าวอาโก อัลคันทารา, เซอร์ดัน ชาคิรี, ซาดิโอ มาเน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และก็ โรแบร์โต เฟอร์มิโน
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดาบิด เดเคอา (GK), วิคโคนร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี แม็คไกวร์, ลุค ชอว์, อารอน วาน-บิสซากา, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด, บรูโน เฟอร์นันเดส, พอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด และก็ อองโตนี มาร์เชียล

Previous post “เมสซี” โดนตะเพิด!! “บิลเบา” ต่อเวลายิงโค่น “บาร์ซ่า” ซิวแชมป์ซูเปอร์โคปา
Next post จากคู่จิ้นกลายเป็นคู่จริงแล้ว “ก็อต อิทธิพัทธ์” เปิดตัวคบ “ริชชี่ อรเณศ”